วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567

นายกฯ แจ้งจับเจ้าหน้าที่เพิ่มยักยอกเงิน อบต. ...!! ดูเพิ่ม

           จ.ศรีสะเกษ...!!@  คืบหน้าเจ้าหน้าที่การเงิน อบต.ยักยอกเงิน 11 ล้านบาทเศษ ป.ป.ช.บุกตรวจสอบ ด้าน ผอ.ป.ป.ช.เผยไม่ใช่เรื่องการยักยอกเงินทั่วไป แต่ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐเตรียมแจ้งให้ ผกก.สภ.กันทรลักษ์ส่งสำนวนคดีไปให้ ป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป คาดว่ามีการดำเนินการเป็นขบวนการ ขณะที่ นายก อบต.แจ้งจับ 3 รายที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินแล้ว...!!  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากกรณีที่เจ้าหน้าที่การเงินสาว อบต.แห่งหนึ่งในเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ยักยอกเงินของทางราชการไปจำนวนทั้งสิ้น 11,600,000 บาท โดยมีการทำลายหลักฐานการเงินในช่วงเช้าวันหยุดตรงกับวันมาฆบูชา วันที่ 24 ก.พ.2567 เจ้าหน้าที่การเงินที่ก่อเหตุได้เข้าไปในห้องกองคลัง จากนั้นนำเอาเอกสารฎีกาเบิกเงินต่างๆนำออกไปเพื่อทำลายทิ้ง พบว่า มีการนำเช็คจำนวนทั้งหมด 28 ใบ รวมเงินจำนวน 11,600,000 บาทไปขึ้นเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่งในเขต  อ.กันทรลักษ์ จากนั้นมีการถ่ายโอนเงินไปยังคนใกล้ชิดและญาติของเจ้าหน้าที่การเงินสาว  จากการที่ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องตามที่เป็นข่าวจาก ปลัด อบต.แห่งนี้ ซึ่งปลัด อบต.กล่าวยอมรับว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นตามที่เป็นข่าวนั้นเป็นเรื่องจริง มีการยักยอกเงินของทางราชการไปเรื่องนี้กำลังมีการดำเนินการตรวจสอบอยู่ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่ง นายก อบต. ได้ไปดำเนินการแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้วที่  สภ.กันทรลักษ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ  ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้  เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 11 มี.ค. 2567 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลจานใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายอดุลย์  วันดี  ผอ.ป.ป.ช.ประจำ จ.ศรีสะเกษ และคณะเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.จำนวน 6 คนได้เดินทางไปพบกับนายธวัช  ดวงงอก  นายก อบต.จานใหญ่ พร้อมด้วย นายมงคล  สิงห์คำ ปลัด อบต.จานใหญ่ นางรัชนีกร  ทองอ่อน ผอ.กองคลัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินไปในครั้งนี้  ซึ่ง นายก อบต.จานใหญ่ ได้สั่งการให้ ผอ.กองคลัง อบต.จานใหญ่นำเอาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น สมุดคุมเช็ด ทะเบียนคุมฏีกาเบิกจ่ายเงิน  ต้นขั้วเช็ค ฏีกาเบิกเงินที่มีปัญหาในการเบิกจ่ายเงิน คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและคำสั่งมอบหมายหน้าที่การปฏิบัติมาให้ทำการตรวจสอบ   ซึ่งปรากฏว่า เอกสารตามที่ ป.ป.ช.ต้องการตรวจสอบ ผอ.กองคลัง สามารถนำเอามามอบให้ตรวจสอบได้ แต่ว่าฏีกาเบิกจ่ายเงิน จำนวน 28 ฏีกา ไม่สามารถหามาให้ตรวจสอบได้  เนื่องจากคาดว่า เจ้าหน้าที่การเงินสาวที่ก่อเหตุได้นำเอาออกไปจาก กองคลัง อบต.จานใหญ่แล้ว โดยนายก อบต.จานใหญ่ ได้นำเอาจดหมายบันทึกระหว่าง นายพรหมพิริยะ  ดิสกรธรรมกูร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ สตง.ประจำ จ.ศรีสะเกษ กับนายธวัช  ดวงงอก นายก อบต.จานใหญ่ ซึ่งได้บันทึกผลการตรวจสอบเรื่องนี้ไว้แล้วมาให้ ผอ.ป.ป.ช.และคณะได้รับทราบเป็นข้อมูล ซึ่ง ผอ.ป.ป.ช.ประจำ จ.ศรีสะเกษและคณะ ได้ทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างละเอียดแล้ว พบว่า เรื่องนี้มีการยักยอกเงินไปเป็นเช็คจำนวนทั้งสิ้น 28 ฉบับ จำนวนเงินทั้งสิ้น 11,680,214 บาท โดยเบื้องต้นพบว่า มีการแก้ไขจำนวนเงินในเช็คเพื่อนำเอาเช็คไปเบิกเงิน เช่น อบต.จานใหญ่ อนุมัติจ่ายเช็คเลขที่ 10319096 ไม่ลงวันที่ โดยไม่มีการสั่งจ่ายผู้ใด จำนวน 1,475 บาท ซึ่งเช็คดังกล่าวได้มีการนำเอาไปขึ้นเงินโดยโอนเข้าบัญชีชื่อ น.ส.ดารา   เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2565 จำนวนเงิน 401,475  บาท ซึ่งจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมตัวเลข 401 เข้าไปด้านหน้าจำนวน 1,475  บาท ทำให้ยอดเงินเปลี่ยนไปจากข้อเท็จจริงเป็นจำนวนเงิน 401,475 บาท ซึ่งมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มตัวเลขในเช็คจำนวนกว่า 10 ฉบับด้วยกัน โดยปรากฏว่า มีการยักยอกเงินในห้วงระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2565 ถึงวันที่  20 ก.พ.2567 อบต.จานใหญ่อนุมัติสั่งจ่ายเช็คไปขึ้นเงินจำนวน 28 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,680,214  บาท โดยเป็นการโอนเงินเข้าไปในบัญชีของลูกชายและญาติของเจ้าหน้าที่การเงินที่ก่อเหตุยักยอกเงินในครั้งนี้  นายธวัช  ดวงงอก  นายก อบต.จานใหญ่ กล่าวว่า  เรื่องนี้ได้ตรวจเจอความผิดปกติตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.2567 ได้ตรวจเจอความผิดปกติของระบบบัญชีซึ่งทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำ จ.ศรีสะเกษหรือ สตง.ได้แจ้งให้นำเอาพยานหลักฐานต่างๆไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ม. (นามสมมุติ) นาย ธ. (นามสมมุติ) ลูกชายของ น.ส.ม. และ น.ส.ด. (นามสมมุติ) ญาติของ น.ส.ม. ในความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ จำนวน 11,680,214  บาท โดยได้ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2567  เวลา 19.09 น. และได้ไปแจ้งความเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2567 เวลา 15.03 น. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ 3 ผู้ต้องหาข้างต้นในความผิดฐาน ร่วมกันปลอม,ใช้ตั๋วเงินปลอมและร่วมกันฉ้อโกง ส่วนในเรื่องของการดำเนินการทางวินัยนั้น ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารของกองคลังทั้งหมดและได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยมอบหมายให้คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ส่วนเจ้าหน้าที่การเงินที่ก่อเหตุนั้นขณะนี้ตนได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว นายอดุลย์  วันดี  ผอ.ป.ป.ช.ประจำ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  จากการตรวจสอบเบื้องต้นเราไม่พบเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินที่มีการจ่ายเงินไปเป็นเช็คจำนวนทั้งสิ้น 28 ฉบับ ซึ่งทาง อบต.จานใหญ่แจ้งว่าหาไม่เจอซึ่งก็คงต้องให้ทาง อบต. ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอย่างเร่งด่วน โดยในเบื้องต้นตนทราบมาว่า อบต.จานใหญ่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ให้ดำเนินคดีกับบุคคล 3 คนด้วยกันหนึ่งในนั้นก็เป็นพนักงานจ้างของ อบต.จานใหญ่ที่ดูแลเรื่องการเงิน ซึ่งเป็นคนที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเช็คออกไปทั้ง 28 ฉบับ ส่วนอีก 2 คนนั้นเป็นเครือญาติเป็นผู้รับเงินตามเช็คและทาง ป.ป.ช.เองจะไปติดตามกับ พ.ต.อ.นรินทร์  บุพตา ผกก. สภ.กันทรลักษ์ด้วย เพราะว่าเรื่องนี้เบื้องต้นนี้น่าจะเป็นการกระทำในตำแหน่งหน้าที่ราชการในฐานะพนักงานจ้างไม่ใช่การยักยอกทั่วไปหรือยักยอกธรรมดา และคาดว่า อาจจะมีการทำเป็นขบวนการ ดังนั้นโดยขบวนการเรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์จะต้องส่งสำนวนคดีไปให้ ป.ป.ช.ประจำ จ.ศรีสะเกษภายใน 30 วันเพื่อให้ดำเนินการไต่สวนต่อไป//...ศิริเกษ  หมายสุข/ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ/ภาพ/ข่าวรายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 082-5899354

มอบอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ...!! ดูเพิ่ม

        จ.นครสวรรค์...!!@  นายก อบจ.นครสวรรค์ นำคณะมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ อำเภอเก้าเลี้ยว 5 รพ.สต. 160 รายการ ...!!  เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่วัดมหาโพธิใต้ อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ ภายใต้ศูนย์ให้ยืมและซ่อมแซมอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ โดยมีนางสุดฤทัย เศรษฐนันท์ รองนายก อบจ.นครสวรรค์   นางณภัทร สื่อสุนทรานนท์ รองปลัด อบจ.นครสวรรค์  นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอเก้าเลี้ยว  นายธงชัย แผ่วัฒนากุล นายกเทศมนตรีตำบลเก้าเลี้ยว นายถวิล เจริญคง สจ. เขต 1 อำเภอเก้าเลี้ยว คณะทำงานศูนย์ให้ยืมฯ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.  และ อสม.อำเภอเก้าเลี้ยว กว่า 500 คน
ร่วมพิธี โดยวันนี้ทำการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ จำนวน 5 รพ.สต. ได้แก่ รพ.สต.บ้านเขาดิน 4 ราย  รพ.สต.บ้านดงเมืองใต้ 29 ราย  รพ.สต.บ้านท่ากระดังงา 44 ราย  รพ.สต.บ้านหนองเต่าใต้ 25 ราย และ รพ.สต.บ้านหนองแพงพวย 27 ราย  รวมทั้งหมด 160 รายการ  ประกอบด้วย เตียง flower ชนิดมือหมุน  รถนั่งคนพิการชนิดพับได้ ทำด้วยโลหะแบบปรับให้เหมาะสมกับความพิการได้  รถนั่งคนพิการชนิดพับได้ แบบปรับระดับไม่ได้  รถนั่งคนพิการ ชนิดพับไม่ได้ ทำด้วยโลหะแบบปรับไม่ได้  รถสามล้อโยกมาตรฐาน ไม้เท้าสามขา   เครื่องช่วยเดินแบบสี่ขา  เก้าอี้นั่งถ่าย ที่นอนลมแบบลอน  แผ่นรองตัวผู้ป่วยอัมพาต ตากจากนั้นนายก อบจ.ได้นำคณะ ลงพื้นที่ไปมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ในพื้นที่ตำบลมหาโพธิ์  อีกจำนวน 3 ราย ได้แก่
1. นายชูเกียรติ ศรีศักดิ์เพชร อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 89/2 หมู่ 2 ตำบลมหาโพธิ์ อำเภอเก้าเลี้ยว ไม่มีโรค ประจำตัวเป็นอัมพาตครึ่งท่อน เนื่องจากโดนลูกหลงจากปืนสมัยวัยรุ่น
2.  นางรวย ชื่นจิตร อายุ 90 ปี บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 2 ตำบลมหาโพธิ์ โรคประจำตัว เบาหวาน/ความดันโลหิตสูง มีอาการเส้นเลือดสมองตีบ พอช่วยเหลือตนเองได้ แต่ปัจจุบันติดเตียงเนื่องจากล้มทำให้กระดูกสะโพกและแขนหัก การรักษาสะโพก เป็นการรักษาแบบประคับประคอง โดยการถ่วงเหล็ก
3.  นางห่อ ปานเรือง  อายุ 90 ปี บ้านเลขที่ 290/2 หมู่ที่ 2 ตำบลมหาโพธิ์ อำเภอเก้าเลี้ยว โรคประจำตัวความดันโลหิตสูง และมีภาวะลิ้นหัวใจรั่ว มีอาการแขนขาอ่อนแรง เดินไม่ไหวจากอาการชรา เริ่มติดเตียง เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2566 สำหรับศูนย์ให้ยืมและซ่อมแซมอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ โดย อบจ.นครสวรรค์ ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เขตที่ 3 นครสวรรค์  มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น ต่อสุขภาพและตอบสนองความต้องการของคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกึ่งเฉียบพลัน และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ในเขต จ.นครสวรรค์ ในด้านการจัดหาและซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ เช่น ไม้เท้า รถนั่ง เบาะรองนั่ง สามล้อโยก เตียง ตามความจำเป็นและเหมาะสม พร้อมทั้งมีการสนับสนุนงบประมาณ โครงการจัดสภาพแวดล้อมหรือบริการขั้นพื้นฐานสำหรับผู้มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ประกอบด้วย คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกึ่งเฉียบพลัน และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง//...ชาติชาย เกียรติพิริยะ/นครสวรรค์/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 082-5899354

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2567

รวบหนุ่มแสบตระเวรหลอกชาวบ้านมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท...!! ดูเพิ่ม


        จ.ศรีสะเกษ...!!@ บุกร้องผู้ว่าฯ รวบหนุ่มแสบหลอกต้มชาวบ้าน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท อ้างรู้จักตำรวจ และนายใหญ่ในพื้นที่ ไม่หวั่นติดคุก เพราะเคลียร์ได้...!!  เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มชาวบ้านได้ที่ได้รับความเดือดร้อน รวมตัวกันเพื่อร้องเรียนต่อ นายอนุพงศ์  สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ จากกรณีถูกนายบาส ข้าวดอ (นามสมมุติ) หลอกลวง นำทรัพย์สินไปขาย และเมื่อกลุ่มผู้เสียหายได้ไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ปรากฏว่ากลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ในครั้งนี้ นายไกรสร วิจิตร อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 233 ม.7 บ้านโนนแย้ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในตัวแทนผู้ได้รับความเสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณวันที่ 2 มี.ค.67 ที่ผ่านมา ตนได้ไปรับจ้างทำงานในพื้นที่บ้านข้าวดอ ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  และในขณะทำงานอยู่ ได้มีนายบาส ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านข้าวดอ เข้ามาขอขับรถไถ เพื่อช่วยงานตน พร้อมกับเคลียร์เรื่องในพื้นที่ให้อย่างเสร็จสรรพ ตนเห็นว่าทำงานได้ดี จึงให้มาช่วยงาน จนกระทั่งผ่านไปได้ประมาณ 3 วัน ปรากฏว่า นายบาส ได้มาขอยืมผานไถนาจากตนไป พร้อมกับนำรถไถของตนไปทั้งคัน โดยอ้างว่า ผานของนายบาสลูกปืนแตก ตนจึงตัดสินใจให้ยืมไป ซึ่งหลังจากยืมไป นายบาสก็ยังมาทำงานปกติ และเมื่อเวลาเลิกงานก็ได้นำรถไถกลับบ้านของนายบาส จนผ่านไปได้ประมาณ 2-3 วัน ตนก็ได้ทวงถามผานคืน แต่ปรากฏว่า นายบาสกลับบ่ายเบี่ยงที่จะนำมาส่งคืน ซึ่งตนพยายามติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อได้  เลยเริ่มมีลางสังหรณ์ว่าจะโดนหลอก ตนจึงได้ไปตามอยู่ที่บ้านของนายบาส ปรากฏว่า ไม่เห็นรถไถของตนจอดที่บ้านของนายบาส แต่กลับไปพบรถไถของตนจอดอยู่บริเวณพื้นที่ละแวกบ้านนายบาส พร้อมกับกุญแจ ซึ่งเป็นกุญแจปั้มดอกสำรอง ซึ่งนายบาสไปปั้มขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้น ตนจึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ แต่ปรากฏว่า เมื่อเอ่ยชื่อนายบาสขึ้น ตำรวจกลับรู้จักชื่อเสียงนายบาสเป็นอย่างดี พร้อมทั้งบอกว่า นายบาสคนนี้มีหมายศาล และมีคดีลักษณะนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจว่า ทำไมมีคดีมากมายขณะนี้ กลับไม่โดนดำเนินคดีหรือติดคุกซักที นายไกรสร กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้ที่ตนและผู้เสียหายท่านอื่นในหลายพื้นที่ เดินทางมาในวันนี้ เพราะต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากเมื่อรวมมูลค่าความเสียหาย ที่นายบาสได้ทำลงไป ทั้งเป็นการฉ้อโกง ลักทรัพย์ ทั้งรถยนต์ รถไถนา และอุปกรณ์ต่างๆ มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีการเร่งดำเนินคดีกับนายบาสแต่อย่างใด กลับปล่อยให้ออกมาก่อเหตุซ้ำๆ อยู่ตลอด หรือเพราะ นายบาสมีเส้นสายรู้จักกับตำรวจใหญ่ในพื้นที่แบบที่นายบาสกล่าวอ้าง เพราะช่วงที่นายบาสทำงานกับตน ได้มีนายตำรวจท่านหนึ่ง ขับรถตำรวจ สภ.แห่งหนึ่ง มาหาตนถึงบริเวณที่ทำงาน และชักชวนตนไปไถกลบหน้างานในพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งตนได้ปฏิเสธไป เพราะกลัวผิดกฏหมาย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลนี้หรือไม่ ที่ทำให้นายบาส ถึงยังไม่ถูกดำเนินคดีตามกฏหมายเสียที อีกทั้ง ตนเชื่อว่า สิ่งที่นายบาสกระทำทั้งหมด ไม่สามารถดำเนินการคนเดียวได้ ต้องมีกระบวนการหรือเครือข่ายที่ร่วมกันกระทำในเรื่องนี้  ซึ่งตนอยากให้ตำรวจสาวถึงต้นตอของกระบวนการของนายบาสด้วย เพื่อไม่ให้ประชาชนคนอื่นต้องเดือดร้อนอีกต่อไป 
ขณะที่ นายบุญชวัฒน์  ปัญช์ณ์ญาแดง ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกลุ่มผู้เสียหาย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจว่า ตนขอให้ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เข้าดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามแต่ละพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตอนนี้ นายบาสมีอยู่ 8 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนกระบวนการทางกฎหมาย ก็เป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ ในเรื่องของการที่นายบาส กล่าวว่า รู้จักกับคนมีสี หรือคนใหญ่โตในจังหวัด ตนเห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างมากกว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะได้ติดตามเรื่องนี้ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อความสบายใจของผู้ได้รับความเสียหาย ซึ่งตนอยากให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายมั่นใจว่า ทุกท่านจะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างแน่นอน//...ศิริเกศ หมายสุข/จ.ศรีสะเกษ/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 082-5899354

ว.เทคนิค สถานศึกษารางวัลพระราชทาน...!! ดูเพิ่ม

        จ.นครสวรรค์...!!@  วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ เชิญนายกอบจ. ว่าที่ประธานกรรมการสถานศึกษา เข้าร่วมงานการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน...!!  เมื่อเวลา 10:00 น วันที่ 11 มีนาคม 2567  ณ สำนักงานนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกอบจ.นครสวรรค์ให้การต้อนรับ นางสาวกุสุมา  ขันกสิกรรม  รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ ที่ทางวิทยาลัยฯ ได้ทำหนังสือขอเชิญพลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ ในฐานะว่าที่ประธานกรรมการสถานศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ เข้าร่วมงานการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานในวันที่ 19 มีนาคม 2567 
โดยจะมีคณะกรรมการมาตรวจประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้  พร้อมทั้งเยี่ยมชมวิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ ในด้านต่างๆ ซึ่งพลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทพิงึ์  ได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวถึงรายละเอียด ในการดูแล ช่วยเหลือ และให้การสนับสนุนทางด้านการศึกษา กับวิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ รวมทั้งแผนการพัฒนาการศึกษา เพื่อสู่ตลาดอาชีพในอนาคตต่อไป
//...ชาติชาย เกียรติพิริยะ/นครสวรรค์/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 082-5899354

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567

เจ้าหน้าที่กองคลัง อบต.ยักยอกเงินกว่า 11 ล้านบาท...!! ดูเพิ่ม

        จ.ศรีสะเกษ...!!@  เจ้าหน้าที่สาวการเงิน อบต.ยักยอกเงิน 11 ล้านบาทเศษ สตง.ไปตรวจพบคาตา ด้านนายก อบต.แจ้นไปแจ้งความดำเนินคดีพร้อมทั้งสั่งตั้ง กก.สอบสวนเบื้องต้นให้ออกจากราชการแล้ว ...!!  เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากการที่เพจชื่อดัง ได้เสนอข่าวเรื่อง เจ้าหน้าที่การเงินสาว อบต.แห่งหนึ่งในเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ยักยอกเงินของทางราชการไปจำนวนทั้งสิ้น 11,600,000 บาท โดยมีการทำลายหลักฐานการเงินในช่วงเช้าวันหยุดตรงกับวันมาฆบูชา วันที่ 24 ก.พ.2567 เจ้าหน้าที่การเงินที่ก่อเหตุได้เข้าไปในห้องกองคลัง จากนั้นนำเอาเอกสารฎีกาเบิกเงินต่างๆนำออกไปเพื่อทำลายทิ้ง พบว่า มีการนำเช็คจำนวนทั้งหมด 28 ใบ รวมเงินจำนวน 11,600,000 บาทไปขึ้นเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่งในเขต อ.กันทรลักษ์ จากนั้นมีการถ่ายโอนเงินไปยังคนใกล้ชิดและญาติของเจ้าหน้าที่การเงินสาว ซึ่งผู้มีอำนาจลงนามเบิกจ่ายเงินประกอบด้วย นายก.อบต. ปลัด อบต.และ ผอ.กองคลัง โดยเจ้าหน้าที่การเงินสาวเป็นผู้นำเอาเช็คไปเบิกเงิน โดยข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่การเงินสาวที่ก่อเหตุเป็นหลานสาวของนายอำเภอแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ    
เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้  ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ อบต.แห่งหนึ่งเขต อ.กันทรลักษ์                    จ.ศรีสะเกษ  เมื่อไปถึงพบว่า อบต.หยุดทำการเนื่องจากว่า เป็นวันหยุดราชการ ด้านหน้า อบต.มีรถดับเพลิงและรถราชการจอดอยู่หลายคัน  ส่วนห้องทำงานทุกแห่งปิดล็อคกุญแจเอาไว้  โดยที่บริเวณหน้าห้องกองคลังมีป้ายปิดประกาศเอาไว้ด้านหน้ามีข้อความว่า กองคลัง อายัดเอกสารทางการเงินการคลังและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องติดอยู่ที่ประตูกระจกทางเข้ากองคลัง  รอบบริเวณอาคารที่ทำการ อบต.มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้เพื่อเป็นการป้องกันรักษาทรัพย์สินของทางราชการ 
ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องตามที่เป็นข่าวจาก ปลัด อบต.แห่งนี้ ซึ่งปลัด อบต.กล่าวยอมรับว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นตามที่เป็นข่าวนั้นเป็นเรื่องจริง มีการยักยอกเงินของทางราชการไปเรื่องนี้กำลังมีการดำเนินการตรวจสอบอยู่ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งท่านนายก อบต. ได้ไปดำเนินการแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้วที่                  สภ.กันทรลักษ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นพบว่ามีเงินหายไปจากระบบบัญชีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 11 ล้านบาทเศษ ส่วนตัวผู้กระทำผิดนั้นได้ไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์และได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวออกมา  ขณะนี้พักอยู่บ้านพักส่วนตัวในเขต อ.กันทรลักษ์ ซึ่งการที่ได้ตรวจเจอว่ามีการทุจริตในช่วงแรกนั้น เนื่องจากว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดศรีสะเกษ (สตง.)ได้เข้ามาตรวจสอบการบริหารงานการเงินของ อบต. และได้ตรวจพบว่าไม่พบหลักฐานเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณจึงได้รู้ว่าเงินที่มีการเบิกจ่ายไปนั้น ไม่มีฎีกาการเบิกจ่ายเงินแต่อย่างใด  โดยเอกสารไม่ได้หายแต่ว่าไม่มีเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงิน มีแต่เช็คเท่านั้นที่เอาไปเบิกเงินแต่ไม่มีเอกสารประกอบการเบิกจ่ายต่างๆ  ขณะนี้นายก อบต. กำลังตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและได้ให้พนักงานจ้างคนดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนเนื่องจากขาดงานเกินกำหนด ส่วนเรื่องการทุจริตการยักยอกเงินนั้นยังอยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวนซึ่งเรื่องนี้ทาง สตง.จะได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่ามีการนำเอาเอกสารการเงินออกไปหรือไม่นั้นเรื่องนี้ตนไม่ทราบแต่อย่างใด ทางด้าน ผอ.กองคลัง อบต.ที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เรื่องนี้ทาง สตง.ได้เข้ามาตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินของ อบต. ซึ่งทาง สตง.ได้แจ้งว่าน้องเค้าเอาสเตทเม้นท์ปลอมมาทำงาน เพราะว่าดูในสเตทเม้นท์แล้วไม่ถูกต้อง                      ซึ่งสเตทเม้นท์ปลอมนี้ตนได้สอบถามจากน้องเขาแล้วแจ้งว่านำเอามาจากธนาคาร ส่วนที่แจ้งว่าเอกสารการเบิกจ่ายเงินต่างๆหายไปนั้นเป็นเรื่องจริงเพราะไม่พบเอกสารฎีกายอดจำนวนเงินที่หายไปแต่อย่างใด ซึ่งเอกสารฎีกาต่างๆที่หายไปนั้นน้องเค้าเป็นคนเก็บรักษาดูแลเอาไว้ //...ศิริเกษ  หมายสุข/ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 082-5899354

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567

พระผู้มีเมตตาสร้างบ้าน ให้ผู้พิการ...!! ดูเพิ่ม

         จ.อุทัยธานี ...!!@  พระเมตตาสร้างบ้านร่วมสองแสน ช่วยเหลือผู้พิการหากินไม่คร่องตัว ...!!  เมื่อเวลา 15.00.น.ของวันที่ 06 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเลขที่ 179 หมู่ 2 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยมีพระเดชพระคุณพระพรหมกวี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร พร้อมพระครูอุทัยวิริยสุนทร เจ้าคณะอำเภอลานสัก เจ้าอาวาสวัดประดู่ยืน พร้อมคณะสงฆ์จังหวัดอุทัยธานีตามลำดับชั้น พร้อมสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.อุทัยธานี หน่วยข้าราชการอำเภอลานสัก คณะแพทย์รพ.ลานสัก คณะครู ชาวบ้าน อสม.ประจำหมู่บ้าน ได้เล็งเห็นชาวบ้านรายหนึ่ง ชื่อนายประทีป อยู่สิงห์ อายุ 63 ปี ได้พักอาศัยอยู่กับลูกสาวและลูกชาย ส่วนภรรยาที่เลิกลากันไป นายประทีป ที่อยู่อาศัยค่อนข้างลำบาก แถมตัวนายประทีปก็พิการขา เนื่องจากใช้ขาเทียมตั้งแต่กำเนิด ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้คล่องตัว จึงได้หารือร่วมกับคณะสงฆ์ตามลำดับชั้น พร้อมผู้ใจบุญที่ร่วมช่วยเหลือ ได้เข้าการช่วยเหลือนายประทีป โดยสร้างบ้านให้ดีและคงทน โดยช่วยเปลี่ยนโครงหลังคา มุงหลังคาใหม่ ต่อเติมระเบียงด้านหน้าบ้าน ปูพื้นกระเบื้อง ทาสี และทำห้องน้ำให้ใหม่ ด้วยงบประมาณกว่า 200,000 บาท ให้กับนายประทีป พร้อมกับข้าวสารอาหารแห้งอีกมากมาย จากการสอบถามนายประทีป ผู้พิการขา ได้ใส่ขาเทียม พิการตั้งแต่กำเนิด หากินค่อนข้างลำบาก ได้เปิดเผยว่าครั้งนี้ขอบคุณขณะสงฆ์ทุกท่านและชาวใจบุญที่ร่วมช่วยกันสร้างบ้านให้กับตนเอง รู้สึกตื้นตันใจ และดีใจ หากต่อไปนี้ตนเองก็อยู่บ้านแบบสบาย ไม่ต้องกลัวฟ้าฝนอีก //...สำเนา ทองศรี/จ.อุทัยธานี/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 082-5899354 





ไฟไม่ป่า 17 จังหวัด ระดมเจ้าหน้าที่ป่าไม้...!! ดูเพิ่ม

1.กำแพงเพชร 38 จุด 2.เชียงราย 4 จุด 3.เชียงใหม่ 170 จุด 4.ตาก 148 จุด 5.นครสวรรค์ 34 จุด 6.น่าน 40 จุด 7.พะเยา 31 จุด 8.พิจิตร 3 จุด 9.พิษณุโลก 1 จุด 10.เพชรบูรณ์ 23 จุด 11.แพร่ 46 จุด 12.แม่ฮ่องสอน 108 จุด 13.ลำปาง 244 จุด 14.ลำพูน 46 จุด 15.สุโขทัย 32 จุด 16.อุตรดิตถ์ 18 จุด 17.อุทัยธานี 45 จุด         จ.นครสวรรค์..!!@  17 จังหวัดภาคเหนือ เกิดเหตุไฟไหม้ป่า รวม 1,031 จุด ทั้งป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน เชียงใหม่ 170 จุด ตาก 148 จุด แม่ฮ่องสอน 108 จุด อุทัย 45 จุด นครสวรรค์ 34 จุด...!!  มีรายงานจาก ศปก.ไฟป่า ทส. (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) ซึ่งส่งรายงานข้อมูล hotspot จากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) 17 จังหวัดภาคเหนือ วันที่ 5 มีนาคม 2567 รอบบ่าย Hotspot วันที่ 5 มีนาคม 2567  เวลา 13.58 น. พื้นที่ไฟไหม้ป่าเป็น ป่าอนุรักษ์ 481 จุด  ป่าสงวนแห่งชาติ 422 จุด นอกพื้นที่ป่า 128 จุด รวมจำนวน 1,031 จุด แยกตามจังหวัดต่างๆ ดังนี้คือ
นายธิติพล ดวงแก้ว หัวหน้าวนอุทยานเขาหลวง รับทราบข้อมูล Hot spot 4 จุด ดาวเทียมวันที่ 5 มีนาคม 2567 รอบเวลา 01.10 น. ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกันและไหม้ต่อเนื่องตั้งแต่ 2 มี.ค. 67 โดย 
1.พิกัด 601663 E 1721175 N
2.พิกัด 601959 E 1721463 N
3.พิกัด 601575 E 1721502 N
จุดที่ 1-3 ท้องที่บ้านเขาถ้ำพระ หมู่ที่ 8 ต.เนินศาลา อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ 
4.พิกัด 601842 E 1721825 N
ท้องที่บ้านหนองโสน หมู่ที่1 ต.ศาลาแดง อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ จึงสั่งการให้คณะเจ้าหน้าที่วนอุทยานเขาหลวง ร่วมด้วย จนท.ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 2 (ซับป่าพลู) สถานีควบคุมไฟป่านครสวรรค์ (ปางสัก) สถานีควบคุมไฟป่าห้วยขาแข้ง และสถานีควบคุมไฟป่าเขาปันโส-มโนราห์ รวม 27 นาย เข้าพื้นที่ปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าและทำแนวกันไฟต่อเนื่องจากภารกิจเดิม ซึ่งสามารถควบคุมได้บางส่วน ด้วยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน หน้าผา ยากต่อการปฏิบัติงาน เนื้อที่เสียหายประมาณ 40 ไร่ เจ้าหน้าที่ยังคงทำแนวกันไฟและเฝ้าระวังในพื้นที่
//...ชาติชาย เกียรติพิริยะ/นครสวรรค์/ ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 082-5899354

ลูกกตัญญู พาแม่เที่ยว...!! ดูเพิ่ม

          จ.นครสวรรค์...!!@ "12 สิงหาพาแม่เที่ยว" แจกเงินรางวัลลูกกตัญญู...!!   จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ...