วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

รองพ่อเมืองเป็นประธานในพิธีติวเข้มบุคลากรทางลูกเสือ....!! ดูเพิ่ม...

          จ.ศรีสะเกษ...!!@ ติวเข้มบุคลากรทางการลูกเสือ หลักสูตรระดับผู้นำ ชั้นความรู้ชั้นสูง (LAT.C.) รุ่น 916...!! เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ค่ายลูกเสือ จ.ศรีสะเกษ (ห้วยคล้า) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายสำรวย  เกษกุล รอง ผวจ.ศรีสะเกษ  เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือหลักสูตรระดับผู้นำ ชั้นความรู้ชั้นสูง (L.T.C.) รุ่น 916 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 93  คน จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 4  ธ.ค. 64  ที่ค่ายลูกเสือ จ.ศรีสะเกษ  (ห้วยคล้า)  วิทยากรได้รับการสนับสนุนจากค่ายลูกเสือ จ.ศรีสะเกษ (ห้วยคล้า) จ.ขอนแก่น จ.ชัยภูมิ จ.สุรินทร์ จ.ยโสธร  และ จ.อุบลราชธานี  โดยมี นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์ ประธานผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ศรีสะเกษ  นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ ในนามคณะดำเนินงานการฝึกอบรม  เป็นผู้กล่าวรายงาน และมี ว่าที่ ร.ต.ดร.ทวีศักดิ์ นามศรี  ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 พร้อมด้วย นายคำโพธิ์  บุญสิงห์  รอง ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ดร.สมยศ  พรหมจันทร์  ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือ จ.ศรีสะเกษ (ห้วยคล้า) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ  ซึ่งมี นายสิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ  ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย  เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ด้วย
 นายศรีวรรณ  เกียรติสุรนนท์ ประธานผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ศรีสะเกษ  นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ ในนามคณะดำเนินงานการฝึกอบรม  กล่าวว่า  การฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือหลักสูตรระดับผู้นำ ชั้นความรู้ชั้นสูง (L.T.C.) เป็นหลักสูตรที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้มีโอกาสพัฒนาตนเองให้พร้อมเป็นผู้นำความรู้ เสียสละ อดทน และทำความรู้จัก สนิทสนมกลมเกลียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานให้ราบรื่น ก่อให้เกิดผลดีต่อองค์กร และประเทศชาติในอนาคตสืบไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารงานด้านลูกเสือ และผู้ส่งเสริมสนับสนุนกิจการลูกเสือมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในกระบวนการลูกเสือ เพื่อให้ผู้บริหารงานด้านลูกเสือ และผู้ส่งเสริมสนับสนุนกิจการลูกเสือ สามารถนำความรู้และทักษะในกระบวนการลูกเสือไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับค่านิยมของคนไทย  12  ประการ  เพื่อให้ผู้บริหารงานด้านลูกเสือ และผู้ส่งเสริมสนับสนุนกิจการลูกเสือ สามารถนำความรู้ และทักษะในกระบวนการลูกเสือไปประยุกต์ใช้ให้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน
 นายสำรวย  เกษกุล  รอง ผวจ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  จากคำกล่าวรายงาน ทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาผู้นำองค์กรทั้งในด้านการเป็นผู้นำ และทักษะกระบวนการลูกเสือในระดับสูง รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ถึงบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงาน สถานศึกษาในการจัดกิจกรรมทางด้านลูกเสือ เพื่อพัฒนาลูกเสือ เนตรนารี ทั้งทางกาย  จิตใจ  สติปัญญา และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ ปลูกฝังให้เกิดความสามัคคี และมีความเจริญก้าวหน้าโดยผ่านกระบวนการลูกเสือ โดยการยึดมั่นในกฎและคำปฏิญาณ การเรียนรู้โดยการกระทำ เน้นการปฏิบัติกิจกรรมกลางแจ้ง และการใช้ระบบหมู่  กิจการลูกเสือเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างระเบียบวินัย ให้กับเยาวชนของชาติ และผู้ที่เป็นลูกเสือ คือ ผู้บำเพ็ญประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น โดยภาพลักษณ์และคุณค่าของการลูกเสือที่กล่าวมานี้เกิดจากการบ่มเพาะ และปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่องนับร้อยปี จนเป็นที่ประจักษ์ของคนในชาติและสังคมโลก ตนมีความเชื่อมั่นว่า บุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้ จะสามารถนำเอาหลักการ แนวคิด  เทคนิค และกระบวนการลูกเสือ ไปใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ กับหน่วยงานของตนเองได้เป็นอย่างดี//...ศิริเกษ  หมายสุข/ผู้สื่อข่าวประจำ  จ.ศรีสะเกษ/ภาพ/ข่าว/รายงาน (SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749)

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เลือกตั้งนายกและสมาชิกอบต.คึกคักหลังที่ไม่มีการเลือกตั้งกว่า 8 ปี....!! ดูเพิ่ม....

      จ.นครสวรรค์...!!@ เลือกตั้ง นายก อบต.และสมาชิก มีคนรอลงคะแนนแต่เช้า นายก อบจ.ไปใช้สิทธิ์ จนท.ช้า บางหน่วยมีขู่ มีชักปืน มีแจกตัง...!! การเลือกตั้ง นายก อบต.และสมาชิก อบต.ที่นครสวรรค์ บรรยากาศการเลือกตั้งคึกคักแต่เช้า หลายหน่วยมีประชาชนไปรอลงคะแนน ตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดหีบ พอถึงเวลา 08.00 น.ก็เข้าแถวรอตรวจเช็ค ลำดับที่และรายชื่อ เพื่อรับบัตรลงคะแนน ประชาชนเข้าแถวรอนาน เพราะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คลำดับที่ รายชื่อเพียงคนเดียว ต่อมาเวลา 09.00 น. พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์เดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งนายกอบต.และสมาชิกอบต. ที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 9 ตำบลวัดไทร ณ สนามกีฬาเอนกประสงค์ หมู่บ้านแคริฟอร์เนียวิลล์ หมู่ที่ 9 ตำบลวัดไทร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ สำหรับบรรยากาศโดยรวมในการเลือกตั้งครั้งนี้ดูคึกคักดี จะมีบางแห่งที่มีปัญหา เช่น ในเขตตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีรายงานว่ามีการข่มขู่กันบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ผู้ข่มขู่เป็นชาย 2 คน สวมเสื้อยืดสีดำ รวมทั้งมีการแจกเงินด้วย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบไม่พบตามที่ได้รับรายงาน และในเขตตำบลพระนอน มีรายงานว่า มีชายคนหนึ่งทำการชักอาวุธปืนที่บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบตามที่ได้รับแจ้ง ส่วนที่ตำบลหนองปลิงมีผู้ไปใช้สิทธ์เลือกตั้งนายกอบต.และสมาชิกคึกคักเช่นกัน//...ำิำิพิราบข่าวพระบาง/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/ภาพ/ข่าว/รายงาน (SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749)

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

วัดถ้ำประทุน เชิญผู้มีจิตรศรัทธาร่วมบริจากเงินแกะสลักเสาโบถส์...!! ดูเพิ่ม...

       จ.อุทัยธานี...!!@ ร่วมถวายบริจาคเงินแกะสลักเสาอุโบสถรากไม้ตะเคียน...!! จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 27 พ.ย. 64 คุณดลยา (หรือคุณไก่) สุทธิวนา พร้อมคณะ บริษัทวรวิทย์อิมปอร์ต - เอ็กซ์ปอร์ต – จำกัด  คุณดลยา สุทธิวนา คุณวรวิทย์ วินิจเจริญศรี คุณณัฐกร วินิจเจริญศรี คุณกรพรรณ วินิจเจริญศรี คุณธนโชติ เตชัสอนันต์  คุณกานต์รวี  เตชัสอนันต์  คุณฐิต นิ่มสว่าง คุณอนัญญา วินิจเจริญศรี  เพื่อสมทบทุนบริจาคเงินแกะสลักเสาอุโบสถ์ จำนวน เงิน 180,000 บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) ณ.วัดเขาถ้ำประทุน หมู่ 12 ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่ก่อสร้างสองชั้น  โดยชั้นสองใช้รากไม้ตะเคียน โดยมี พระอธิการบุญยืน ปริชาโน เจ้าวาสวัดเขาถ้ำประทุน เจ้าอาวาสวัด เป็นผู้รับมอบ ได้กล่าวว่า วันนี้ได้มีญาติโยมเป็นคณะ ได้เดินทางมาถวายเงินสมทบทุน บริจาคเงินแกะสลัก  ในการจองเสาอุโบสถ  ซึ่งเสาอุโบสถรอบในของวัดเขาถ้ำประทุนนั้น  มีทั้งหมด 18 ต้น ซึ่งตอนนี้ได้แกะไปแล้ว 9 ต้น ซึ่งยังขาดเจ้าภาพอีก 4 ต้น ในราคาต้นละ 180,000 บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) ซึ่งท่านได้ที่ต้องการเป็นเจ้าภาพ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ของวัด 080-8607719 แต่เนื้องจากไม่ข้อยมีผู้รับสาย ให้ท่านสามารถติดได้กลับเบอร์ ดร.แม่ชีแก้วเพชร มณีมหาปัญโญ เบอร์ 098-5415569 หรือท่านได้ที่ต้องร่วมจะทำบุญในการก่อสร้างอุโบสถ์ ที่ยังขาดปัจจัยอีกมาก สามารถบริจาคมาได้เบอร์บัญชีธนาคารของทางเขาถ้ำประทุน เบอร์บัญชี 109-8-12982-7 ธนาคารกสิกรไทย สาขาด่านช้าง ดังกล่าว//...พชร พัสกุล/ศูนย์ข่าวสมาคมสื่อมวลชนอุทัยธานี/ภาพ/ข่าว/รายงาน (SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749)

หลวงพ่อพุฒ มีเมตตาร่วม พ่อเมืองมอบบ้าน...!! ดูเพิ่ม....

        จ.ศรีสะเกษ...!!@ หลวงพ่อพุฒเมตตาชาวบ้านผู้ยากไร้ร่วมกับผู้ว่ามอบบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา...!! เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 148 หมู่ที่ 2 ต.โคกตาล อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ              พระครูโกศลสิกขกิจหรือหลวงพ่อพุฒ   วายาโม   ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา  อาตมาภาพได้ร่วมกับ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ นางสุวรรณา  วรรณศรี  นายอำเภอภูสิงห์   นายสมยศ พันธ์มา รอง ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา  ได้เดินทางไปมอบบ้านโครงการสร้าง/ซ่อมบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้และผู้ยากจน "เฮือนดีๆ ศรีสะเกษ ไม่ทิ้งกัน" เนื่องในงานเฉลิมฉลอง 238 ปี จังหวัดศรีสะเกษ ให้แก่ชาวบ้านผู้ยากไร้ในเขต อ.ภูสิงห์ จำนวน 4 ราย  ได้แก่ นางเสงือม ในทอง  อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 148 หมู่ที่ 2 ต.โคกตาล อ.ภูสิงห์   นายพรสันต์  ยอดโพธ์ บ้านเลขที่ 153 ม.15 ต.ห้วยตึ๊กชู  อ.ภูสิงห์  มอบบ้านเลขที่ 253 ม.2 ต.ห้วยตึ๊กชู  และมอบบ้านเลขที่ 70 ม.8 ต.ห้วยตึ๊กชู อ.ภูสิงห์  ซึ่งอาตมาภาพได้มอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ผู้ยากไร้ในเขต ต.โคกตาล จำนวน 100 ผืน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ จ.ศรีสะเกษ สมาชิกเหล่ากาชาดและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการอำเภอภูสิงห์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรเอกชน  ร่วมในพิธีครั้งนี้และได้มอบสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเครื่องใช้จำเป็นจากหน่วยงานต่างๆ ให้แก่ชาวบ้านทั้ง 4 ราย เพื่อใช้ในการดำรงชีพต่อไปด้วย  สร้างความปลาบปลื้มยินดีให้กับชาวบ้านทุกคนที่ได้รับมอบบ้านในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
พระครูโกศลสิกขกิจหรือหลวงพ่อพุฒ   วายาโม   ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยต่อไปว่า  บ้านจำนวน 4 หลังที่มอบให้กับพี่น้องชาวบ้านที่ยากไร้และขาดโอกาสนี้  อาตมาภาพได้บริจาคเงินเป็นต้นบุญทุนในการก่อสร้างบ้านให้กับคณะกรรมการที่ดำเนินการก่อสร้างทั้ง 4 หลัง ๆ ละ 50,000  บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000  บาท  และคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างได้รับงบประมาณสร้างบ้านใหม่จาก จ.ศรีสะเกษ จำนวน 4 หลัง ๆ ละ 50,000  บาท และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคจำนวน 250,000 บาท พร้อมวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติมด้วย  ใช้เงินในการก่อสร้างประมาณ 300,000 บาท เป็นบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กหลังคามุงด้วยสันไท  สามารถใช้เป็นที่พักอาศัยได้อย่างมั่นคงแข็งแรงปลอดภัย พระครูโกศลสิกขกิจหรือหลวงพ่อพุฒ   วายาโม   เปิดเผยด้วยว่า   ในส่วนของนางเสงือม ในทอง  อายุ 47 ปี  ปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัวรวมกัน 4 คน มีฐานะยากจนมาก ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป มีเนื้อที่ทำนาเพียง 1 ไร่ รายได้หลักมาจากการรับจ้างทั่วไป และได้รับการช่วยเหลือจากรัฐคือได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและได้รับเงินเดือนของ อสม. จำนวน 1,000 บาท เมื่อปี พ.ศ.2559 ได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรไฟไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง  และมีที่อยู่อาศัยเป็นบ้านยกพื้นคล้ายกระท่อมหลังเล็กๆหลังคามุงสังกะสีเก่าๆ เวลาฝนตกหนักไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ ต้องไปอาศัยอยู่กับญาติเป็นการชั่วคราว ตัวบ้านไม่มีความแข็งแรงและมีขนาดเล็กไม่พอเพียงสำหรับสมาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกัน 4 คน  อาตมาภาพมีความเมตตาสงสารจึงได้บริจาคเงินช่วยเหลือก่อสร้างบ้านให้ในครั้งนี้//...ศิริเกษ   หมายสุข/ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ/ภาพ/ข่าว/รายงาน (SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749)

ตำรวจปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งมอบเงิน 63 ล้านบาท คืน หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน นครสวรรค์ หลังตามยึดคืนจากคนไกล้ชิดที่นำเงินไปใส่บัญชี ยันคดียังไม่จบ 

เมื่อ วันที่ 23 พ.ย 64เวลา09.00น. ที่ วัดห้วยด้วน (ธารทหาร) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ร่วมเป็นสักขีพยานการถวายเงินคืนแด่พระราชมงคลวัชราจารย์(พัฒน์ปญุ ญกาโม) หรือ หลวงพ่อพัฒน์ ปญฺญกาโม เจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน จํานวน 63,034,470 บาท หลังก่อนหน้านี้ได้ตรวจสอบพบกลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน ยักย้ายถ่ายเทไปเข้าบัญชีส่วนตัว จนกลายเป็นข้อพิพาทถึงพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มลูกศิษย์ของหลวงพ่อพัฒน์ฯ เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ให้ช่วยตรวจสอบ กลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน และ คนใกล้ชิดที่มีอํานาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัด หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยทุจริตยักยอกเงินของวัดห้วยด้วน และไม่น่าไว้วางใจการบริหารจัดการกิจนิมนต์ รวมถึงการดูแลสุขภาพของหลวงพ่อฯ ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้

ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็พบข้อมูลว่า กลุ่มไวยาวัจกร และคนใกล้ชิดของหลวงพ่อฯ คือ นายเสนาะ (สงวนนามสกุล), นางชัญญา (สงวนนามสกุล) และนางบุญเชิด (สงวนนามสกุล) นําเงินของวัดไปเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของตนเอง จำนวน 7 บัญชี รวมเป็นเงิน 63,034,470 บาท จึงขออายัดเงินไว้ ก่อนเข้าตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ พร้อมกับเชิญตัวบุคคลทั้ง 3 คนมาสอบปากคำถึงที่ไปที่มาของเงินดังกล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทั้ง 3 คนยอมรับว่า เงินจํานวน 63 ล้านบาทนั้นเป็นเงินของหลวงพ่อพัฒน์จริง สอดคล้องกับคำให้การของหลวงพ่อพัฒน์ ที่เคยให้การว่า เงินที่ญาติโยมถวายมา ก็จะให้กลุ่มไวยาวัจกรและคนใกล้ชิดนําไปฝากในบัญชีส่วนตัว เพื่อสะดวกต่อการเบิกเงินมาใช้สร้างเจดีย์กลางน้ํา และสาธารณประโยชน์

แต่จําได้ว่า มอบเงินให้ไปฝากประมาณ 28 ล้านบาท เท่านั้น แต่เมื่อถึงกําหนดจ่ายค่างวดงานก่อสร้างเจดีย์ หลวงพ่อพัฒน์ ได้ให้นายเสนาะไปถอนเงิน จํานวน 15 ล้านบาท เพื่อมาจ่ายให้ผู้รับเหมา แต่นายเสนาะกลับไม่ยอมไปถอนเงินมาให้ ต้องไปหาเงินจากส่วนอื่นมาจ่ายแทน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจนทราบข้อเท็จจริง ทางไวยาวัจกรทั้ง 3 คน จึงยินยอมทำหนังสือบันทึกสมัครใจถอนเงินมาถวายคืนแด่หลวงพ่อพัฒน์ และวัด จนนำมาสู่การทำบันทึกคืนเงินให้วัดในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเงิน จำนวน 63 ล้านบาทนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตรวจยึดและอายัดบัญชีธนาคารอีกบัญชีหนึ่งของนายเสนาะ จำนวน 7.9 ล้านบาท เพื่อตรวจสอบต่อไปว่า เป็นเงินของวัดอีกหรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวด้วยว่า ตนยืนยันว่า คดีนี้จะต้องมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแน่นอน ทุกอย่างดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีละเว้น ซึ่งขั้นแรกจะต้องติดตามเงินกลับคืนมาให้ได้ทั้งหมดเสียก่อน หลังจากนั้นก็จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

โดยพนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสํานวนคดี ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาภายใน 30 วัน เพื่อไต่สวนและวินิจฉัยว่า มีการกระทำทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่หรือไม่ ตามมาตรา 61 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือไม่ต่อไป

สำหรับประวัติ หลวงพ่อพัฒน์ นั้นเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง มีความเมตตาสูง จนมีประชนชนและลูกศิษย์ เลื่อมใส ศรัทธา เคารพนับถือจํานวนมาก ทําให้มีผู้มาขอให้หลวงพ่อพัฒน์ ปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ และถวาย เงินเป็นจำนวนมาก ประมาณปีละกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่หลวงพ่อจะนําไปใช้ในการทํานุบํารุงศาสนา และมอบให้หน่วยงานที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ เช่น วัด โรงพยาบาล และโรงเรียนต่างๆ โดยไม่ได้นําไปใช้ในส่วนตัวแต่อย่างใดทั้งสิ้น
#ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน
23/11/64

2 มูลนิธิมอบเครื่องอุปโภค - บริโภค...!! ดูเพิ่ม...

      จ.นครสวรรค์...!!@ มูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ ร่วม ป่อเต็กตึ๊ง มอบเครื่องอุปโภค - บริโภค...!! จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2564 มูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ นำโดย นายปราการ  วิบูลย์วัฒนกิจ พร้อมคณะกรรมการ ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดยนางศิริพร  กระจ่างหล้า หัวหน้าสังคมสงเคราะห์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กรุงเทพมหานคร มอบเครื่องอุปโภค – บริโภค พร้อมผ้าห่มกันหนาว จำนวน 500 ชุด ให้แก่ประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ ในโครงการ “สงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2564”  โดยมี นายจิตตเกษมณ์  นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธี พร้อมนางอรุณี เต็งสุวรรณ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครสวรรค์  นายขจรเกียรติ  เลาวกุล ประธานคณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ – เจ้าแม่ปากน้ำโพประจำปี 2564 – 2565 นายกุลจิตต์  รัชดาศิวกุล ผู้จัดการโรงเรียนประชานุเคราะห์ ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ อาคารคุณธรรม โรงเรียนประชานุเคราะห์ อำเภอเมืองนครสวรรค์
//...พิราบข่าวพระบาง/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/ภาพ/ข่าว/รายงาน (SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749)

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ประชุมคณะทำงานศูนย์เรียนรู้ บ้านทุ่งแว่น...!! ดูเพิ่ม....

      จ.นครสวรรค์...!!@ อบจ.ประชุมคณะทำงานบริหารศูนย์การเรียนรู้บ้านทุ่งแว่น...!! จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุมศูนย์สั่งการและควบคุมการปฏิบัติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบริหารการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านทุ่งแว่น โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย รองนายกอบจ.นครสวรรค์ ปลัดอบจ.นครสวรรค์ รองปลัดอบจ. และผู้อำนวยการกองที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดำเนินการโครงการศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน “บ้านทุ่งแว่น”ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์  อยู่ระหว่างดำเนินการดังนี้
   1. องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ได้ดำเนินการขอความยินยอมให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุ(บึงบอระเพ็ด) บางส่วนจากประมงจังหวัดนครสวรรค์ โดยประมงจังหวัดนครสวรรค์ แจ้งว่าได้จัดคณะกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ หนองหาร จังหวัดสกลนคร และกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ในการประชุมครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันพุธที่ 22 กันยายน 2564 ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน "บ้านทุ่งแว่น" ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่บึงบอระเพ็ด เพื่อการบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำ และส่งเสริมงานตามภารกิจของกรมประมงและเป็นไปตามข้อเสนอแนะของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยการนำอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างของกรมประมงไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อทางราชการ โดยในที่ประชุมมีมติเห็นชอบและให้ความยินยอมใช้พื้นที่ราชพัสดุ แปลง นว 338 (บางส่วน) ในพื้นที่ตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ประมาณ 3,322-2-70 ไร่ 
   2. องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ได้ดำเนินการขอใช้ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน นว 339 (บางส่วน) ตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ประมาณ 3,322-2-70 ไร่ จากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครสวรรค์ โดยสำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครสวรรค์ แจ้งว่า    (1) ที่ดินราชพัสดุบริเวณที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์จะขอใช้ดังกล่าว เป็นที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน นว 339 (บางส่วน) ตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ บนที่ดินมีสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 35 รายการ ขึ้นทะเบียนไว้เป็นหลัง ลำดับที่ 84 - 118 อยู่ในความครอบครองใช้ประโยชน์ของกรมประมง (กรมประมงให้ความยินยอมการใช้ที่ราซพัสดุแล้ว) และพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
   (2) ตามกฎกระทรวงการใช้พื้นที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2563 ข้อ 3 และข้อ 8 กำหนดว่า "กรณีที่ราชพัสดุอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับพื้นที่ ที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่และอำนาจดูและรับผิดชอบให้ผู้ขอใช้ที่ราชพัสดุยื่นหนังสือแสดงความเห็นของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐดังกล่าวเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย" ดังนั้น จึงขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ขอความเห็นจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะส่วนราชการที่มีหน้าที่และอำนาจดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการใช้ที่ราชพัสดุต่อไป//...พิราบข่าวพระบาง/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/ภาพ/ข่าว/รายงาน (SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749)

ลูกกตัญญู พาแม่เที่ยว...!! ดูเพิ่ม

          จ.นครสวรรค์...!!@ "12 สิงหาพาแม่เที่ยว" แจกเงินรางวัลลูกกตัญญู...!!   จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ...