จ.ศรีสะเกษ ...!!@ ชวน หลีกภัย เผยยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีโอกาสได้ ส.ส.สักกี่คน ลุยหาเสียงเต็มที่กำชับผู้สมัคร ส.ส.ไม่ทุจริตไม่โกงไม่ซื้อเสียง และให้ความรู้ประชาชนให้มาก เผยทุเรียนภูเขาไฟและทุเรียนต่าง ๆ สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1 แสนล้านบาท...!! เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณวงเวียนแม่ศรีสระผม ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และคณะ ได้เดินทางมากราบไหว้แม่ศรีสระผม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ โดยมีบรรดาผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ของ จ.ศรีสะเกษทั้ง 9 เขต นำโดย นายธีรวัฒน์ คำศรี ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 3 เบอร์ 1, ดร.อภิชาติ ศิริบุญญกาล เขต 9 เบอร์ 4, ดร.ปิ่น นันทะเสน เขต 1 เบอร์ 3, นายปิยะนันท์ มั่นยืนยาว เขต 4 เบอร์ 7, และนายร้อยพงษ์ ศรีคราม เขต 7 พร้อมด้วยกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากพากันมาต้อนรับและร่วมรับฟังการปราศรัย จากนั้น นายชวน และกลุ่มผู้สมัคร ส.ส. ได้ขึ้นไปบนรถปิคอัพและตระเวนไปตามถนนทุกสายในเขต อ.เมืองศรีสะเกษ ยกมือไหว้และโบกมือทักทายพบปะหาเสียงกับพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษ ซึ่งชาวศรีสะเกษพากันมาขอจับมือและขอถ่ายรูปกับนายชวนอย่างคึกคักมาก จากนั้น นายชวน และคณะได้เดินทางไปหาเสียงจังหวัดอื่นต่อไป นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนต้องการที่จะเดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนทั้ง 77 จังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานครก็ไปรณรงค์ชื่อเบอร์ของพรรคเป็นหลักคือเบอร์ 26 แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านไปแต่ละจังหวัดก็ได้ไปให้กำลังใจและให้การสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เราด้วย โดยรวมแล้วก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีโอกาสได้ ส.ส.สักกี่คน แต่หวังว่าระบบบัญชีรายชื่อน่าจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นมาได้มาก เพราะว่าหลังจากที่ไปแต่ละจังหวัดก็ได้รับการตอบรับที่ดี แต่ว่าผู้สมัครนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของแต่ละคนแต่ละที่ด้วย อันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงก็ให้กำลังใจเขาและขอให้ขยันและใช้วิธีการหาเสียงวิธีแบบประชาธิปัตย์คือ ไม่ทุจริต ไม่โกง ไม่ซื้อเสียงและให้ความรู้ประชาชนมากๆ เราเลือกผู้แทนเข้าไปเพื่อทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าเราเลือกคนซื้อเสียง นักการเมืองก็ต้องกอบโกย ก็จะเกิดปัญหาของบ้านเมือง ทุกวันนี้ก็คือปัญหานักการเมืองลงทุนแล้วไปเอาคืนซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ตนอยากให้น้อง ส.ส.ทุกคนเวลาปราศรัยให้พูดความจริงคนจะได้ตื่นตัวในเรื่องนี้นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า นมีความยินดีที่พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเอาไว้แล้วพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษได้ประโยชน์ทุกเรื่อง แม้กระทั่งรัฐบาลทุกวันนี้ก็ยังทำนโยบายส่งสินค้าไปต่างประเทศในรอบ 2 – 3 ปีที่ผ่านมาโรคโควิด-19 ได้ทำให้การท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้ใหญ่ของเราหายไปหมดเลย แต่โชคดีว่าคุณจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนเก่งที่สามารถทำให้การส่งออกชดเชยความเสียหายไปได้มาก อย่างที่เราทราบว่าทุเรียนภูเขาไฟของเราที่ศรีสะเกษนี้ก็ได้ประโยชน์ไปด้วยเพราะว่าทุเรียนภูเขาไฟและทุเรียนต่างๆ ส่งออกได้เป็นเงินกว่า 100,000,000,000 บาท แพงได้มากกว่าข้าว กว่ามันสำปะหลังและยางพาราซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แต่ว่าสภาพอย่างนี้เศรษฐกิจอย่างนี้ก็ต้องดูกันต่อไป เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราเค้าก็แข่งกัน ตอนนี้เวียดนามก็ผลิตทุเรียนแข่งกับเรา มาเลเซียก็ปลูกทุเรียนพันธุ์ของเขาเองแข่งกับเราเช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกประเทศเค้าก็รู้หมดว่าใครเป็นยังไง เราจึงต้องรักษาคุณภาพผลผลิตทุเรียนของเราเอาไว้ ตนย้ำว่าต้องรักษาวินัย รักษาคุณภาพของสิ่งที่เราคิดขึ้นมาให้ดีเพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขคนเลิกซื้อทุเรียนเช่นทุเรียนอ่อนก็มีปัญหา แต่ว่าน่าดีใจที่เดี๋ยวนี้เกษตรกรของเราเป็นระบบดีขึ้น ขอให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งที่น่าจะภูมิใจสำหรับพี่น้องศรีสะเกษที่ทำนาก็คือนโยบายประกันรายได้ ตนว่าเกษตรกรทำได้จริงและเงินไม่รั่วไหล แต่ว่าไม่ค่อยเป็นข่าวเพียงเพราะว่าไม่รั่วไหล หากมีการโกงก็จะเป็นข่าวขึ้นมาทันที เงินทุกบาทที่ชาวนาได้ ฝ่ายการเมืองไม่สามารถที่จะไปหักไปถอนเอาไว้ได้เลยไปถึงชาวนาจริงๆร้อยทั้งร้อย//ขบ...ศิริเกษ หมายสุข/ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ศรีสะเกษ/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพ ผู้สื่อข่าวเพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 063-5092890
วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566
เปิดโรงเรียน พระปริยัติธรรม โกศลสิกขกิจวิทยา...!! ดูเพิ่ม
จ.ศรีสะเกษ...!!@ พระครูปริยัติวีราภรณ์เห็นควรให้เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมโกศลสิกขกิจวิทยาวัดไพรพัฒนา เพื่อส่งเสริมการศึกษาของพระเณรตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา...!! เมื่อวันที่ 28 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาทม วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พระครูปริยัติวีราภรณ์ เลขานุการประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พระราชวัชราภรณ์ ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พร้อมด้วย พระครูปริยัติกิจธำรง ประธานเขตการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 11 พระมหาสันติภาพ โชติปัญโญ ผู้ช่วยเลขานุการประธานการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พระมหามนูญ จิตตนายโก รองประธานการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 11 และคณะกรรมการ ได้เดินทางมาตรวจความพร้อมในการขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมโกศลสิกขกิจวิทยาวัดไพรพัฒนา ซึ่งพระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ วายาโม ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ.) และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ได้เสนอขอจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้น ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นสถานศึกษาที่ศึกษาเล่าเรียนสำหรับพระภิกษุและสามเณรในพื้นที่ อ.ภูสิงห์ และที่อาศัยอยู่ตามวัดในแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ได้ศึกษาเล่าเรียนด้านสามัญศึกษา เพื่อเป็นการลดภาระการเดินทางไกลของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรได้ศึกษาเล่าเรียนในสำนักเรียนต่าง ๆ และเพื่อยกระดับการศึกษาและลดปัญหาเยาวชนติดยาเสพติด รวมทั้งเพื่อยกระดับการศึกษาของเยาวชนในท้องถิ่นคือผู้เข้ามาบวชแล้วได้รับการศึกษาระดับสามัญศึกษา เพื่อเป็นผู้ใหญ่และพลเมืองดีเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป โดยได้รับความเมตตาจาก พระวินัยเมธี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธ.) พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ.) พระครูสิริรัตนาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์ (ธ.) นำคณะพระภิกษุและสามเณรธรรมยุติ ซึ่งเป็นนักเรียนพระปริยัติธรรมมาถวายการต้อนรับ และมี นายสรศิริ จันดีบุตร ปลัดอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายความมั่นคง นายสำเร็จ ไพรบึง นายก อบต.ไพรพัฒนา นายบุญมี เสนคราม กำนัน ต.ไพรพัฒนา นายบุญชู บุดดาห์ อดีตวัฒนธรรมอำเภอภูสิงห์ ข้าราชการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย จากนั้น คณะเลขานุการประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ได้เดินทางไปตรวจความพร้อมของอาคารเรียนและห้องเรียนต่าง ๆ รวมทั้งสื่อการเรียนการสอน พบว่า อาคารเรียนและห้องเรียนรวมทั้งอาคารประกอบต่าง ๆ มีความพร้อมทุกด้านอย่างเต็มที่
พระครูปริยัติวีราภรณ์ เลขานุการประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กล่าวว่า ถ้าพูดถึงด้านกายภาพ พบว่ามีความพร้อมในทุกด้าน อาตมาภาพและคณะกรรมการได้รับมอบหมายจาก พระเดชพระคุณพระราชวัชราภรณ์มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ในด้านความพร้อมของชุมชน ในด้านความสนับสนุนจากส่วนราชการต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอ ท้องที่ท้องถิ่นและพี่น้องประชาชน ชื่นชมในความตั้งใจของทุกท่านทุกภาคส่วนทั้งบ้านวัดโรงเรียน ซึ่งสามารถเปิดเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมได้ ซึ่งการจะเปิดได้หรือไม่นั้น อยู่ที่มติของคณะกรรมการที่จะมีการประชุมในวันที่ 3 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ แต่อาตมาเห็นว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรมโกศลสิกขกิจวิทยาวัดไพรพัฒนามีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเปิดทำการเรียนการสอนได้ พระครูปริยัติกิจธำรง ประธานเขตการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 11 กล่าวว่า ก็เป็นที่น่าภูมิใจในจิตวิญญาณของหลวงพ่อพุฒ วายาโม ท่านได้อุทิศตนเพื่องานของพระพุทธศาสนาตั้งแต่ได้ตั้ง วิทยาลัยเทคโนโลยีหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนาก็ถือว่ามีจิตอันเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ที่เห็นความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาที่นี่ก็เห็นถึงความพร้อมความตั้งใจจริงในการที่จะนำทรัพยากรที่เกิดจากความศรัทธาของชุมชนกับชาวบ้าน มาพัฒนาญาติธรรมโดยพระภิกษุสงฆ์ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการสืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นที่น่าชื่นใจที่พระเถระรูปหนึ่งได้เห็นความสำคัญของส่วนนี้และชุมชนชาวบ้านทุกภาคส่วนก็อนุโมทนาด้วยอย่างเต็มที่//...ศิริเกษ หมายสุข/ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ศรีสะเกษ/ ภาพ/ข่าว/รายงา สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวเพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 0635092890
ประชุม คกก.ประสานแผน...!! ดูเพิ่ม
จ.นครสวรรค์...!!@ อบจ.นครสวรรค์ ประชุม คกก.ประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นระดับจังหวัด ย้ำ “ทุกโครงการต้องคัดกรอง เรียงลำดับตามความจำเป็น ความเร่งด่วนของประชาชน และไม่ขัดกับระเบียบ ข้อกฎหมาย” ...!! เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 เมษายน 2566 ณ หอประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นระดับจังหวัด เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นระดับจังหวัด ครั้งที่ 2/2566 เพื่อพิจารณาบูรณาการโครงการพัฒนาเกินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และขอบรรจุเข้าแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2566 - 2570) ของ อบจ.นครสวรรค์ (เพิ่มเติม) โดยในการประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยนายมานพ บุญผสม รองนายก อบจ.นครสวรรค์ นายสันติ จันทร์เผิบ รองปลัด อบจ.นครสวรรค์ นางบุณยวีร์ ชาติวัลลภ ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ นายวิทูร เจริญชัยฤทธิ์ นางสาวกรวลี แม้นพยัคฆ์ สมาชิกสภา อบจ.นครสวรรค์ และคณะกรรมการตัวแทนจากแต่ละอำเภอ นายก อบจ.นครสวรรค์ กล่าวว่า "งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนทั้ง อบจ.และในส่วนของ อบต.นั้นมีจำกัด และติดเงื่อนไขด้วยข้อระเบียบ จึงต้องจัดสรรและบริหารจัดการงบประมาณโดยคำนึงถึงความต้องการประชาชนเป็นสำคัญ โครงการเกินศักยภาพของ อปท.ระดับอำเภอ ที่นำเสนอมายัง อบจ.นั้น ทาง อบจ.นครสวรรค์ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มศักยภาพ ทุกโครงการที่ประสานแผนมาสำคัญทั้งหมด แต่ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่า ด้วยงบประมาณที่มีข้อจำกัด ทุกโครงการต้องมีการคัดกรอง เรียงลำดับตามความจำเป็น ความเร่งด่วนของประชาชน และต้องไม่ขัดกับระเบียบและข้อกฎหมาย ซึ่งการประชุมในวันนี้เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจร่วมกัน จะได้ทำข้อมูลเอกสารให้ครบถ้วน ถูกต้อง ชัดเจน และวางแผนงานโครงการให้ขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน"//...ชาติชาย/นครสวรรค์/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 063-5092890
วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566
สภาวัฒนธรรมประชุมสัญจร...!! ดูเพิ่ม
จ.นครสวรรค์...!!@ สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ประชุมสัญจรที่อำเภอลาดยาว สรงน้ำพระ คณะสงฆ์ลาดยาวเลี้ยงอาหาร...!! เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2566 นายพันศักดิ์ ศรีทอง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์และคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมสัญจร
โดยมี สภาวัฒนธรรมอำเภอลาดยาวเป็นเจ้าภาพ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอลาดยาว นายบุญเยี่ยม ทองเพ็ชร ณ ห้องประชุมปริยัติธรรมนาถ วัดศรีสุธรรมาราม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ หลังจากประชุมตามระเบียบวาระแล้วมีการรับประทานอาหารกลางวัน โดย ท่านเจ้าคุณพระศรีสุทธิพงศ์ เจ้าคณะอำเภอและรองเจ้าคณะอำเภอ จัดอาหารเลี้ยงทุกคน หลังประชุมและรับประทานอาหารเสร็จ มีการจัดพิธีตามประเพณีสงกรานต์ มีสรงน้ำพระพุทธ และสรงน้ำพระสงฆ์ มีท่านเจ้าคุณพระศรีสุทธิพงศ์ เจ้าคณะอำเภอลาดยาว รองเจ้าคณะอำเภอลาดยาว และพระสงฆ์อีก 4 รูป รับสรงน้ำ ให้พร และให้ความอนุเคราะห์สถานที่ประชุม และเลี้ยงอาหารกลางวันตลอดจน อาหารว่างระหว่างประชุม นายพันศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า "ขอกราบขอบพระคุณคณะสงฆ์อำเภอลาดยาว คณะกรรมการทุกท่านที่ให้ความร่วมมือมาร่วมประชุม และขอขอบพระคุณผู้ให้การสนับสนุนในการประชุมทุกท่านมา ณ โอกาสนี้"//...ชาติชาย/นครสวรรค์/ภาพ/ข่าวรายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 063-5092890
นายก อบจ.ลงพื้นที่คลองโพธิ์เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้การเกษตร...!! ดูเพิ่ม
จ.นครสวรรค์..!!@ นายก อบจ.นครสวรรค์ เยี่ยมชม พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ณ เรือนจำชั่วคราวคลองโพธิ์ ...!! เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 27 เมษายน 2566 พลตำรวจเอกสมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วย นายเชิดพันธุ์ มาศรี รองนายก อบจ. สิบเอกพิทยา นาคกุญชร รองปลัด อบจ.นครสวรรค์ รักษาราชการแทน ผอ.กองสวัสดิการสังคม นางทัศวลี ผึ้งสีใส หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รักษาการในตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคม และส่วนที่เกี่ยวข้อง เยี่ยมชม พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ณ เรือนจำชั่วคราวคลองโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายเอกธนัช นวลละออง ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง 2 เรือนจำชั่วคราวคลองโพธิ์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และแจ้งว่าตนเองได้รับมอบหมายและนโยบายจาก ดร.ศุภโชค ควรฤาชัย ผู้บัญชาการ เรือนจำกลางนครสวรรค์ ให้มีการเปิดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับประชาชนทั่วไปและเป็นแหล่งฝึกงานของผู้คุมขังชั้นดีเพื่อนำไปประกอบอาชีพหลังจากพ้นโทษไปแล้ว เรือนจำชั่วคราวคลองโพธิ์เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2554 มีพื้นที่ประมาณ 1,039 ไร่ตั้งอยู่ใกล้กับโลตัสนครสวรรค์และใกล้ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6 โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน โซน 1 เป็นพื้นที่เขตพื้นที่หวงห้าม และอีกโซนเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย ทุ่งทานตะวัน ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง โคกหนองนาโมเดล แปลงสาธิตการเพาะปลูกข้าว, ข้าวโพดพันธ์ต่างประเทศ, แตงโมออร์แกนิค, เรือนเพาะชำ, การทำน้ำหมัก, ร้านกาแฟสวนบ้านมังกร และ อื่น ๆ ทั้งนี้ ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมฟรี มีที่จอดรถด้านใน โดยเปิดตั้งแต่เวลา 8:00 น. ถึง 16:00 น. คณะของนายกอบจ.นครสวรรค์ ได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ของเรือนจำคลองโพธิ์พร้อมทั้งศึกษา โครงการต่างๆที่ดำเนินอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์พระราชา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้พร้อมพร้อมฝึกปฏิบัติจริง มีทั้งการเลี้ยงไก่ การเลี้ยงปลา การเลี้ยงเป็ด การเลี้ยงกบ การทำไร่นาสวนผสม ซึ่งคณะของนายกอบจ.นครสวรรค์ได้ศึกษาพื้นที่ กิจกรรม และมีการวางแผนร่วมกันเพื่อที่จะพัฒนา การดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ของเรือนจำคลองโพธิ์ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป นอกจากนั้นในวันนี้ ทาง อบจ.นครสวรรค์ ร่วมกับ มูลนิธิการจัดการความรู้และเครือข่ายโรงเรียนชาวนานครสวรรค์ นำสมาชิกผู้เข้ารับการอบรมตามโครงการ พัฒนาเกษตรกรและพัฒนาพันธุ์ข้าวจังหวัดนครสวรรค์ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การคัดเมล็ดและเพาะกล้า เข้าศึกษาและฟังการบรรยาย พร้อมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การทำแปลงเพาะกล้าและการบำรุงรักษาแปลงเพาะกล้า ที่ เรือนจำคลองโพธิ์ด้วยพร้อมทั้งมีนัดหมายจะมานำกล้าที่เพาะไว้ลงดำนาที่เรือนจำคลองโพธิ์อีก 10 วันข้างหน้า นายกอบจ. นครสวรรค์กล่าวว่า "กิจกรรมต่างๆที่ทางเรือนจำคลองโพธิ์ได้จัดดำเนินการอยู่ นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ทั้งให้ผู้ต้องขังได้ปฏิบัติจริง เมื่อออกไปแล้วจะสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้รับ ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ โดยทางอบจ.นครสวรรค์พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกๆทาง เพื่อให้โครงการ ของเรือนจำคลองโพธิ์ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยในวันนี้นั้น ทางอบจ.ได้นำคณะเกษตรกรเข้ามาศึกษา และฝึกปฏิบัติเรื่องข้าว มีการเพาะกล้า เพื่อจะเตรียมดำนา และศึกษาพันธุ์ข้าว เพื่อพัฒนาให้เป็นพันธุ์ข้าวที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ต่อไป"//
โผล่อีกรายเหยื่อ แอม ไซยาไนด์...!! ดูเพิ่ม
จ.ศรีสะเกษ ...!!@ โผล่อีกรายเหยื่อ แอม ไซยาไนด์ ที่ขุนหาญ ลักษณะการตายเหมือนกันหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน...!! เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 5 บ้านค้อปอ ตำบลขุนหาญ อำเภอขุนหาญจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายเกิด แก้วบุปผา อายุ 66 ปีและนางสุพิศ แก้วบุปผา อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นคุณพ่อและคุณแม่ของนางสาวนิตยา แก้วบุปผา อายุ 36 ปี ที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 ที่จังหวัดนครปฐม โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนางสาวสุธาวรรณ ดอนจันมาตย์ อายุ 17 ปี ลูกสาวของนางสาวนิตยา กำลังพูดคุยกันอยู่กับนางสาวณัฐธยาน์ โพธิ์กระสัง อายุ 47 ปี เป็นน้าสาวของนางสาวนิติยา โดยได้นำเอารูปภาพของนางสาวกิตติยาพร้อมทั้งนำเอาใบมรณบัตรของนางสาวนิตยา มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวได้ดูและตรวจสอบด้วยโดยใบมรณบัตรแจ้งว่า นางสาวนิตยา เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 66/ 3 หมู่ 13 ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เสียชีวิต เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 เวลา 12.00 น. สาเหตุการตายเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว นางสาวณัฐธยาน์ โพธิ์กระสัง อายุ 47 ปี เป็นน้าสาวของนางสาวนิตยา กล่าวว่า ตนเป็นน้าสาวของนางสาวนิตยาจากการที่ตนได้ตรวจสอบสภาพศพของนางนิตยาแล้วพบว่า ตามร่างกาย เป็นสีม่วงคล้ำคล้ายกับสีองุ่นลักษณะการตายผิดธรรมชาติไม่เหมือนกับคนที่เสียชีวิตปกติทั่วไป ทำให้ตนและญาติพี่น้องทุกคนพากันติดใจสงสัยสาเหตุการตายของนางสาวนิตยาเป็นอย่างมาก และตนต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรื้อฟื้นคดีการเสียชีวิตของนางสาวนิตยาขึ้นมา เพื่อความเป็นธรรมให้กับนางสาวนิตยาด้วย โดยก่อนที่นางสาวนิตยาจะเสียชีวิตประมาณ 1 อาทิตย์ ได้นำนางสุพิศ แก้วบุปผา อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นแม่ พร้อมด้วย นางสาวสุธาวรรณ ดอนจันทร์มาตย์ หรือแตงโม ขณะนั้น อายุ 15 ปี และสุนัขชื่อกาแฟ มาส่งที่บ้านแห่งนี้ โดยแจ้งให้ตนทราบว่า ขณะนี้เวลาของตนหมดแล้วและเกรงว่า แม่และลูกสาวรวมทั้งสุนัขที่นางสาวนิตยา จะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากว่า นางสาวนิตยา เป็นเท้าแชร์หลายเจ้า และต้องหมุนเงินไปใช้หนี้ลูกแชร์ที่ติดหนี้ค้างจ่ายหลายราย แต่ว่าหมุนเงินไม่ทันเกรงว่า จะได้รับอันตราย นางสาวณัฐธยาน์ น้าสาวของนางสาวนิตยา กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวนั้นนางสาวนิตยาได้ขอยืมมาจากน้าอรซึ่งเป็นน้องสาวของแม่ เพื่อมาใช้งานเนื่องจากช่วงนั้นไม่มีรถใช้งานจึงได้ไปขอยืมรถน้องสาวของแม่มาใช้และรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวได้หายไปประมาณ 2 อาทิตย์ ก่อนที่นางสาวนิตยาจะเสียชีวิตจึงได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้แล้วและไม่ทราบว่ารถหายไปที่ใด เพราะว่านำเอารถไปจอดไว้ที่ไซด์งาน เนื่องจากนางสาวนิตยา เป็นโฟร์แมนคุมงานจะต้องเดินทางไปกลุ่มงานการก่อสร้างหลายแห่งทำให้รถหายไป นางสุพิศ แก้วบุบผา อายุ 69 ปีแม่ของนางสาวนิติยา กล่าวว่า นางสาวนิตยา เป็นเสาหลักของบ้านหาเลี้ยงครอบครัวโดยจะส่งเงินมาให้พ่อกับแม่เดือนละประมาณ 3000 กว่าบาทเป็นประจำทุกเดือนเมื่อขาดนางสาวนิตยาแล้วทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนมากเพราะพ่อแม่แก่แล้ว ไม่มีรายได้จากทางอื่นมาใช้จ่ายในครอบครัว ตนอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรื้อคดีนี้ขึ้นมา เพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับนางสาวนิตยาลูกสาวที่ตนรักมากด้วย นางสาวสุธาวรรณ ดอนจันมาตย์ อายุ 17 ปีซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของนางสาวนิตยา กล่าวว่า ตนเสียใจมากที่คุณแม่เสียชีวิตอย่างกระทันหันในครั้งนี้ โดยก่อนที่แม่จะเสียชีวิตแม่ได้โทรศัพท์มาบอกว่าเดี๋ยวแม่จะโอนเงินมาให้เพื่อให้ไปโรงเรียน จากนั้นตนก็มาได้ทราบข่าวว่าแม่เสียชีวิตกระทันหันในห้องน้ำที่บ้านพักที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเมื่อนำศพของแม่มาทำบุญที่บ้าน ตนเห็นหน้าแม่แล้วพบว่าแม่เสียชีวิตผิดธรรมชาติเนื่องจากใบหน้าของแม่มีสีม่วงตามใบหน้า ซึ่งลักษณะการตายไม่เหมือนกับคนตายทั่วไป ตนจึงเชื่อว่าแม่จะโดนฆาตกรรม ตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำร้ายแม่ของตนว่าขอให้ชดใช้กรรมของเขาไปที่ได้ทำกับแม่ของตนแบบนี้ นายเกิด แก้วบุบผา อายุ 66 ปีพ่อของนางสาวนิตยา กล่าวว่า ตนเสียใจมากที่ลูกสาวที่ตนรักมากต้องมาเสียชีวิตอย่างกระทันหันและทำให้ขาดเสาหลักในการดูแลเลี้ยงดูครอบครัว ตนเชื่อว่าลูกสาวของตนตายผิดธรรมชาติ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ทำการรื้อคดีนี้ขึ้นมา ทั้งนี้เนื่องจากสังเกตว่า การเสียชีวิตของลูกสาวตนคล้ายกับคนอื่นๆที่ถูกนางแอม ทำการวางยาฆาตกรรมเสียชีวิตก็คือระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว ซึ่งคล้ายกันกับลูกสาวของตน เพราะว่าลูกสาวของตนสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงไม่เคยมีโรคประจำตัวหรือโรคร้ายใดๆทั้งสิ้น//...ศิริเกษ หมายสุข/ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ/ ภาพ/ข่าว/รายงาน/ สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ลูกกตัญญู พาแม่เที่ยว...!! ดูเพิ่ม
จ.นครสวรรค์...!!@ "12 สิงหาพาแม่เที่ยว" แจกเงินรางวัลลูกกตัญญู...!! จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ...
-
จ.ศรีสะเกษ...!!@ รมว.คลัง เปิดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ขณะที่ผู้ว่าคาดสร้างรายให้เกษตรได้กว่า 2,500 ล้านบาท...!! เมื่อเ...
-
จ.นครสวรรค์...!!@ องค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแห่งชาติภาคพลเมืองลงพื้นที่แจกเครื่องอุปโภค - บริโภค แก่ผู้ประสบอุทกภัย... !! จาก...
-
จ.นครสวรรค์...!!@ องค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ภาคพลเมือง) จัดประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2565...!!@ จากการรายงานของผู้สื่อข่...
