จ.นครสวรรค์...!!@ พิธีแถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมชีวภาพ Bio hub ด้านอ้อย ในพื้นที่...!! จากการรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น. ณ เจ้าพระยาคอนเว็นชั่นฮอลล์ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา อ.เมือง จ. นครสวรรค์ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในการประชุมเตรียมการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมชีวภาพ Bio hup ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย นายชวลิต แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุลวิภาตะกลัส รองประธานเจ้าหน้าที่ KTIS Group นายเฉลิม โกกฑานุภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทไทยอีสเทิร์นกรุ๊ปโฮลดิ้ง พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สืบเนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 โดยมี Bio Economy เป็น
หนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร และสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้แก่ประเทศด้วยจุดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของพืชเศรษฐกิจประเภทต่างๆอาทิ อ้อย มันสำปะหลังปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนา Bio economy ให้ประสบความสำเร็จได้ทั้งนี้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนครสวรรค์และกำแพงเพชร เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจข้างต้นโดยเฉพาะอ้อยรวมถึงมีภาคเอกชนที่มีความพร้อมในการต่อยอดผลผลิตภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของโครงการ bio economy ของประเทศไทยและในปัจจุบันจังหวัดนครสวรรค์ได้มีความคืบหน้าในการลงทุนเพื่อก้าวสู่ Bio economy ไปแล้วโดย บริษัทเกษตรไทยอินเตอร์เนชั่นแนลชูการ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด
(มหาชน) หรือ KTIS เป็นโรงงานผลิตน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง แบบครบวงจรรายใหญ่ของประเทศได้ร่วมลงทุนกับ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอลจำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือ ปตท. ซึ่งเป็น เรือธงในการประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์หรือ
NBC จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท จีจีซีเคทิสไบโออินดัสเทรียล จํากัด หรือ GKBI ซึ่งร่วมลงทุนในสัดส่วน 50 /50
โครงการระยะที่ 1. เรื่องดำเนินการก่อสร้างในปี 2562 ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเอทานอลโดยใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบจำนวนการผลิต 600,000 ลิตรต่อวัน รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 85 เมกะวัตต์ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเงินลงทุนโดยรวมประมาณ 75,000 ล้านบาท ซึ่งเริ่มแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2565
โครงการระยะที่ 2. ยังได้รับความสนใจจาก บริษัท Nature Work ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด PLA รายใหญ่ของโลกเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด PLA แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการในอนาคตโดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงาน ปี 2565 นี้ และจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 และยังมีนักลงทุนต่างประเทศรายอื่นอีกหลายๆ ที่มีความสนใจเข้ามาลงทุนซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจดังนั้นจึงเป็นการดีที่ภาครัฐจะเข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆเช่นระบบโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งเพื่อให้ พร้อมสำหรับรองรับการขยายตัวของ Bio hup อ้อยในพื้นที่อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาทิเช่น
1. การพัฒนาองค์ความรู้สมัยใหม่ด้านเกษตรกรรมคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ไร่
2. เพิ่มรายได้เกษตรกรโดยประมาณ 75,000 บาท/ราย/ ปี
3. เกิดการจ้างงานด้านเกษตรกรรมกว่า 10,000 ครัวเรือน
4. เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางกว่า 200 ตำแหน่ง
5. มีการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศด้านเคมีและพลาสติกชีวภาพ 10,000 - 30,000 ล้านบาท ภายใน 5 - 7 ปีเกิดการพัฒนาองค์ความรู้และการต่อยอดการวิจัยและเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงสุดท้าย Bio hup ด้านอ้อยจะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนปัจจัยสำคัญที่จำเป็นคือการสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบ ร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่ในการพัฒนาสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการปลูกอ้อยของเกษตรกร//
... พิราบข่าวพระบาง/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/ภาพ/ข่าว/รายงาน (SIANGPRABANG NEWS ONLINE 099-4920749)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น