จังหวัดตาก...!!@ ชาวเขาเผ่ามูเซอ เข้าร้องเรียน กับองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคพลเมือง และสมาคมผู้สื่อข่าวฯ...!! จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2566 เวลา 13:00 น. ณ สำนักงานองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคพลเมือง และสำนักงานสมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน เลขที่ 83/148 ตำบลวัดไทรย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ นายวีระชัย ถนอมพงศ์ดี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่ระเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมพวก ชาวเขาเผ่ามูเซอ เข้าร้องเรียน ร้องทุกข์ กับ องค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(ภาคพลเมือง) และสมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าว เพื่อพิทักสิทธิมนุษยชน ซึ่งมี นายจิระภาคย์ ยุพาพินนุรักษ์ ประธานองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนฯ และนายกสมาคมส่งเสริมวิชาชีพ ผู้สื่อข่าวฯ พร้อมคณะกรรมการ เป็นผู้รับเรื่องไว้ ใจความว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ 2502 รัฐบาลสมัยนั้นมีมติให้จัดตั้งนิคมสร้างตนเองชาวเขาจังหวัดตาก ต่อมาปี พ.ศ 2521 จังหวัดตากได้มีนโยบายเพื่อจัดตั้งศูนย์การค้าชาวไทยภูเขาตลาดดอยมูเซอ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 29 ถนนแผ่นดินหมายเลข 105 ตาก - แมสอด โดยให้อยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดตาก เพื่อให้ชาวเขาดอยมูเซอ มีสถานที่จำหน่ายสินค้าทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้เมืองหนาวทางศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดตากมีการรณรงค์ส่งเสริมให้ปลูกพืชไร่ทดแทนการปลูกฝิ่นตามรอยพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีการเริ่มต้นโครงการหลวงส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ 2512 โดยมี หม่อมเจ้า ตัวเปล่า รัชนีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการมีชื่อเรียกว่า "โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา" โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ร่วมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าถวายสำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับ การดำเนินงานดังนี้
1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม
2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือป่าไม้และต้นน้ำลำธาร
3. กำจัดปัญหาการปลูกฝิ่น
4. รักษาหน้าดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือให้ป่าอยู่ส่วนป่าและทำไร่ทำสวนในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าให้ 2 ส่วนนี้ รุกล้ำซึ่งกันและกัน
เมื่อปีพ.ศ 2505 ประเทศออสเตรเลียได้ร่วมมือกับประเทศไทยทำโครงการก่อสร้างทางหลวงจังหวัดรวมถึงถนนสายตาก - แม่สอด และได้มีพิธีเปิดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 สายตาก - แม่สอด เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2513 พิธีเปิดทางหลวงแผ่นดินสายตาก - แม่สอดของศูนย์สร้างทางตาก เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2517 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานสิ่งของให้กับเด็กชาวเขา ณ หมู่บ้านห้วยปลาหลด ต่อมาปี พ.ศ 2524 กรมป่าไม้ในขณะนั้นได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติต้นกระบากใหญ่ หรืออุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ไปถึงศูนย์การค้าชาวไทย ภูเขาดอยมูเซอ รวมถึงพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของราษฎร ชาวเขาอีก 10 ชุมชน ส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นทางสาธารณะ เข้า - ออก หมู่บ้าน วัด โรงเรียน แหล่งน้ำที่ใช้ร่วมกันของชุมชนซึ่งอยู่กันมาก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ทำให้ชุมชนไม่สามารถพัฒนาได้เนื่องจากถูกจำกัดและลิดรอนของทางกฎหมาย ต่อมาปี พ.ศ 2555 อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ได้มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการค้า ที่อยู่ในพื้นที่ศูนย์การค้าชาวไทยภูเขาดอยมูเซอ (ตลาดดอยมูเซอ) ให้ราษฎร ออกจากพื้นที่และให้รื้อสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัย รวมทั้งอาคารโครงการอาหารกลางวัน ของเด็กนักเรียนโรงเรียนห้วยปลาหลด ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2555 นายพนิต สุวรรณพัฒน์ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายจิรศักดิ์ นารีรักษ์ ในข้อกล่าวหา ก่อสร้างหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือยึดถือครอบครอง ป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองป่าที่ถูก ถากถางโดยผิดกฎหมายให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ถางป่า ยึดถือครอบครองที่ดินรวมถึงก่อสร้างถางป่าเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าหรือเข้าไปยึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อ พ.ต.ท.โฆษิต เฮงจำรัส พง.สบ. 2 สถานีตำรวจภูธรพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นคดีอาญาที่ 51/2555 และต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 นายอำเภอแม่สอดได้มีหนังสือ ตก. 03171/10037 ถึงอัยการ จังหวัดตาก เรื่องส่งสำนวนการสอบสวนที่เห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา และเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2556 - 2557 อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ได้นำพื้นที่ศูนย์การค้าชาวไทยภูเขาดอยมูเซอ เปิดให้บุคคลภายนอกเช่า โดยผู้เช่าต้องทำสัญญา เช่ากับอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ซึ่งมีชาวบ้านเข้าไปขอเช่า แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้สิทธิ์เพราะการไม่เข้าใจเนื่องจากตนเองค้าขายมาก่อนอยู่แล้วในพื้นที่นั้นจึงไม่ได้ทำสัญญาเช่า ทำให้ตนเองไม่ได้ประกอบอาชีพค้าขาย ส่งผลให้ขาดรายได้ทำให้เกิดปัญหาทางสังคมและประเทศชาติเช่น บางคนกลับไปปลูกฝิ่น มีการลักเล็กขโมยน้อย เยาวชนติดยาเสพติด บางคนผันตนเองเป็นผู้ค้ายาบ้าและผลกระทบอีกมากมาย ดังที่กล่าวมาข้างต้นข้าพเจ้าพร้อมชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อน ได้เรียกร้องสิทธิ์กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม ซึ่งชาวบ้านประชาชนก็ไม่เคยกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด โดยหน่วยงานภาครัฐจะอ้างข้อกฎหมายมาบังคับใช้กับประชาชนเป็นระยะมีการประกาศขับไล่ออกนอกพื้นที่และให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัย บางครั้งมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราชแจ้งความอาญาเอาผิดกับประชาชนและนายอำเภอแม่สอดจังหวัดตากมีคำสั่งไม่ฟ้อง ในเวลาต่อมาอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช กลับประกาศให้บุคคลภายนอกเช่าพื้นที่ค้าขายบริเวณศูนย์การค้าชาวไทยภูเขาดอยมูเซอ ซึ่งตลอดเวลาประชาชนยื่นคัดค้านมาโดยตลอด ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีหนังสือที่ ทส 02222/2532 แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองถึง นายกิตติพงศ์ ไทยเจริญกุล พิจารณาเห็นพ้องกับความเห็นของหัวหน้าอุทยาน แห่งชาติตากสินมหาราชให้ยกอุทธรณ์ของประชาชน ประเด็นสำคัญว่า ศูนย์การค้าชาวไทยภูเขาดอยมูเซอ จังหวัดตาก หรือตลาดดอยมูเซอและพื้นที่ตั้งอาคารโครงการอาหารกลางวันเด็กตั้งอยู่ท้องที่ตำบลด่านแม่ระเมาตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2529 โดยแยกจากตำบลพะวอ ตั้งในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ระเมาและตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อ้างถึงภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ 2515 ถึงพ.ศ 2522 พบว่าพื้นที่ตั้งอาคารโครงการอาหารกลางวันเด็ก ยังคงมีสภาพเป็นป่าและไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน กับศูนย์การค้าชาวไทยภูเขาดอยมูเซอ จังหวัดตาก แต่อย่างใด ซึ่งบริเวณตามคำวินิจฉัยขัดกับเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 4 ที่มีการ ถากถาง ใช้เป็นสถานที่ชั่วคราวในการก่อสร้าง ทางหลวงแผ่นดิน สายตากแม่สอดหมายเลข 105 ซึ่งตามประวัติความเป็นมาของทางสายตากแม่สอดเมื่อปี 2091 ในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ได้ยกทัพผ่านด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี เข้าตีกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่สำเร็จ พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ จึงถอยทัพกลับไปทางทิศเหนือตามลุ่มแม่น้ำปิง จนถึงบ้านป่ามะม่วง แขวงเมืองตาก ซึ่งมีอาณาเขตรวมบ้านปากห้วย แม่ท้อ กองทัพของพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ มุ่งไปทางทิศตะวันตกผ่านด่านแม่ระเมาแขวงเมืองตากกลับไปเมืองพม่า ตามเดิม แสดงว่าตามประวัติศาสตร์และพงศาวดารไทยได้บันทึกคำว่าด่านแม่ระเมา แขวงเมืองตากเป็นครั้งแรกและต่อมาในปี พ.ศ. 2106 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองก็ได้ยกทัพเข้าไปชิดกรุงศรีอยุธยา โดยเข้าทางด้านแม่ละเมา แขวงเมืองตากเช่นกัน ซึ่งขัดกับคำสั่งของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช เพราะหมู่บ้านด่านแม่ระเมาเกิดขึ้นมาสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วและมีประชาชนราษฎรพักอาศัยมาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน//... พิราบข่าวพระบาง/ภาพ/ข่าว/รายงาน/สมาคมส่งเสริมวิชาชีพผู้สื่อข่าวฯ/SIANGPRABANG NEWS ONLINE 063-5092890
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น